<?xml version="1.0"?><!-- generator="mybloggie/2.1.1 plus" -->
<rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/">
     <channel>
        <title>  UncleTree Blog </title>
        <link>http://www.uncletree.com</link>
        <description>Uncletree Blog </description>
        <docs>http://www.uncletree.com</docs>
        <generator>2.1.1 plus</generator>
                <item>
            <title>รายชื่อเคเบิลทีวีท้องถิ่น กรุงเทพและสถานที่ใกล้เคียง</title>
            <link>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=175</link>
            <pubDate>11 Jun 2009 11:05:00 pm GMT +7</pubDate>
            <category>อยากบอก</category>
            <guid>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=175</guid>
            <description>คลองเตย บจก.บางกอกซิสเท็มส์ 02-633-5676
คลองเตย บจก.ไทยซุ่นเคเบิ้ล ที.วี. 02-675-6055-9
คลองเตย บจก.โตธิภัทร 02-671-7709
คลองเตย บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
คลองสาน บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์เคเบิ้ลทีวี 02-4380874, 02-438-0878 0818393225

จอมทอง บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เคเบิ้ลทีวี 02-4380874,0818393225
จตุจักร บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9

บางกอกน้อย บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เคเบิ้ลทีวี 024380874,0818393225
บางกอกน้อย บจก. เอสทีวี (STV) 02-886-9272
บางกอกใหญ่ บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เคเบิ้ลทีวี 024380874,0818393225
บางเขน บริษัทเจทีวีบางกอก จำกัด 02-2533298,085-0981382
บางขุนเทียน บริษัท เอ.เอส.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 02-8949275,081-9173668
บางขุนเทียน บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์เคเบิ้ลทีวี 024380874,0818393225
บางพลัด บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เคเบิ้ลทีวี 02-4380874,0818393225
บางแค บริษัทไทยซุ่นเคเบิ้ลทีวี จำกัด 02-6756055-9
บางแค บจก. ไทยเคเบิ้ล ทีวี กรุ๊ป 02-804-2255
บางกะปิ บจก.ซุปเปอร์เช็ง 02-300-0432-2
บางคอแหลม บริษัทไทยซุ่นเคเบิ้ลทีวี จำกัด 02-6756055-9
บางซื่อ บจก. ฟากฟ้าเคเบิ้ลทีวี 02-911-4881-2
บางนา บจก. บีเอส ที.วี. 038-400-6878
บางนา บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
บางบอน บจก. เอส.พี.เอช เคเบิ้ล ที.วี. 02-894-9275
บางบอน บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นทเคเบิ้ลทีวี 02-4380874,0818393225
บางรัก บริษัทไทยซุ่นเคเบิ้ลทีวจำกัด 02-6756055-9

ปทุมวัน บริษัทลั๊คกี้เคเบิ้ลทีวีจำกัด 02-9177576,06-785-3575
ปทุมวัน บจก. ยื้อชึ้น เคเบิ้ลทีวี (YTV) 02-612-9046-9
ประเวศ บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
ประเวศ บ. บิ๊กบ.เค.เค เคเบิลทีวี จำกัด 02-3282016-7,087-0005200

พระโขนง บจก. เฟรนลี่มาย 081-802-8594
มีนบุรี บจก. ส่งความสุข 02-757-4100
ยานนาวา บริษัทไทยซุ่นเคเบิ้ลทีวีจำกัด 02-6756055-9
ภาษีเจริญ บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เคเบิ้ลทีวี 02-4380874,0818393225
ราษฎร์บูรณะ บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เคเบิ้ลทีวี 02-4380874,0818393225

ลาดกระบัง บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
ลาดกระบัง หจก. รัตนเคเบิ้ลทีวี 02-543-9743
ลาดกระบัง บริษัท ลั๊คกี้เคเบิ้ลทีวีจำกัด 02-9177576,06-785-3575
ลาดพร้าว บจก. ไฮเทค เคเบิลเทเลวิชั่น 02-530-5993 02-5305934,02-5904490
ลาดพร้าว บริษัท เทเลวิชั่น ฟอร์ยู จำกัด 02-6405555

ทวีวัฒนา บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เคเบิ้ลทีวี 02-4380874, 0818393225
ทวีวัฒนา บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
ทุ่งครุ บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เคเบิ้ลทีวี 02-4380874, 0818393225
ธนบุรี บริษัท ไทยซุ่นเคเบิ้ลทีวีจำกัด 02-6756055-9

สวนหลวง บริษัท แฮปปี้โฮม เคเบิลทีวี จำกัด 02-7306921-3
สวนหลวง บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
สวนหลวง บจก. แฮปปี้โฮมเคเบิ้ลทีวี 02-730-6921-3
สาทร บริษัท ไทยซุ่นเคเบิ้ลทีวี จำกัด 02-6756055-9
สายไหม บจก. แม็คเวิลด์เน็ทเวิร์ค 02-948-2557
สายไหม บจก. ดับบลิว คีที แซทเทิ้ลไลท์ 02-248-7700

ห้วยขวาง บริษัทไทยซุ่นเคเบิ้ลทีวี จำกัด 02-6756055-9
หนองแขม บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นทเคเบิ้ลทีวี 02-4380874, 0818393225
หนองจอก บริษัททีวีโฟกัส จำกัด
หลักสี่ บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9

ดอนเมือง บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
ดินแดง บริษัทเทเลวิชั่นฟอร์ยูจำกัด 02-6405555
ดินแดง บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
ดินแดง(แฟลต) บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
ตลิ่งชัน บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เคเบิ้ลทีวี 02-4380874, 0818393225

นนทบุรี เมือง บจก. โฮริซอน เคเบิ้ลทีวี 02-951-4060-2
นนทบุรี ปากเกร็ด บจก. สยามภัณฑ์เคเบิ้ล 02-980-8200-2
นนทบุรี ปากเกร็ด บจก. แชลเล้นจ์เอ็นจีเนียรริ่ง 02-961-8925
นนทบุรี ปากเกร็ด บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
นนทบุรี ซอยเรวดี บริษัทโฮริซอนเคเบิลคอมมูนิเคชั่น จำกัด 02-9514060

ปทุมธานี ธัญบุรี บจก. ลิเนียร์ เคเบิ้ลทีวี 02-592-2711-2
ปทุมธานี ลำลูกกา บจก. เปียร์นนท์ เคเบิลเน็ต 02-991-1533
ปทุมธานี ลำลูกกา บจก. เมอร์รี่คอมเมอร์เชียล 02-987-7305-6

สมุทรปราการ เมือง บริษัทส่ง&amp;#8203;&amp;#8203;ความสุขจำกัด 02-7574100,081-3123592
สมุทรปราการ เมือง บจก.บางเมืองใหม่เคเบิ้ลทีวี 02-753-7991
สมุทรปราการ เมือง บริษัทปราการเคเบิลทีวี จำกัด 02-7032947-50
สมุทรปราการ บางเสาธง บจก. สาครเคเบิ้ล 02-705-1295-6, 02-705-0855

สามพราน ห้างหุ้นส่วนจำกัด เทียนดัดเคเบิ้ลทีวี 086-6049838
พุทธมณฑล ห้างหุ้นส่วนจำกัดไทธนาเคเบิ้ลทีวี 02-8893096,01-6150218

http://topicstock.pantip.com/home/topicstock/2009/01/R7420033/R7420033.html</description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>คลองเตย บจก.บางกอกซิสเท็มส์ 02-633-5676
คลองเตย บจก.ไทยซุ่นเคเบิ้ล ที.วี. 02-675-6055-9
คลองเตย บจก.โตธิภัทร 02-671-7709
คลองเตย บริษัทเจริญยิ่ง(8888)จำกัด 02-2555935-9
คลองสาน บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์เคเบิ้ลทีวี 02-4380874, 02-438-0878 0818393225

จอมทอง บจก.ซันไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ......</p>]]></content:encoded>
            <comments>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=175</comments>
        </item>
                <item>
            <title>โรคของปลาสวยงามที่เกิดจากสภาพแวดล้อม</title>
            <link>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=174</link>
            <pubDate>03 May 2009 06:03:05 pm GMT +7</pubDate>
            <category>อยากบอก</category>
            <guid>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=174</guid>
            <description>[b] 1. Acidosis[/b]  เกิดจากน้ำเป็นกรดมากเกินไป  ปลาจะพยายามกระโดดไปมาคล้ายจะหนีออกมาจากน้ำ  มีอาการหายใจและว่ายน้ำผิดปกติ  ถ้านานจะเห็นการอักเสบมีเมือกมากของผิวหนังและเหงือกจนอาจมีอาการเลือดออก  บางครั้งสีปลาจะจัดขึ้นด้วย

               [b] 2. Alkalosis  [/b]เกิดจากน้ำเป็นด่างมากเกินไป ปลาจะมีอาการเหงือกซีดและมีการกร่อนของผิว  มีเมือกมาก  ในระยะแรกจะเห็นผิวเป็นสีขาวฟ้าขุ่น  ครีบกร่อน  ควรปรับสภาพน้ำให้พอเหมาะโดยอาจใช้น้ำส้มสายชูช่วย

                [b]3. พิษจากแอมโมเนีย  [/b]แอมโมเนียเป็นของเสียที่ได้มาจากปลา  เมื่อมีการสะสมมากขึ้นจะก่อให้เกิดความระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อเยื่อเมือก  ปลาจะมีอาการหายใจลำบาก  จนในที่สุดจะเกิดอาการชักเกร็งและตายในที่สุด  การเพิ่มความเป็นกรดในน้ำจะลดความเป็นพิษของแอมโมเนียได้  การเปลี่ยนถ่ายน้ำ 50% ของน้ำในตู้  และเพิ่มแบคทีเรียเข้าไปก็ช่วยลดแอมโมเนียได้เช่นกัน

                [b]4. พิษของไนไตรต์ [/b] มักเกิดขึ้นในช่วงแรกที่เริ่มการทำงานของระบบกรองน้ำ  ซึ่งยังมีแบคทีเรียไม่เพียงพอ  เมื่อมีการสะสมมากขึ้น  ปลาจะมีอาการหายใจลำบากและเหงือกสีดำคล้าจัดมาก  อาจชักตายเพราะระบบหายใจอัมพาตได้  ควรใส่แบคทีเรียเข้าไปช่วยลดไนไตรต์ด้วย

                [b]5. อุณหภูมิน้ำสูงเกินไป  [/b]ปลาจะมีอาการว่ายน้ำอย่างรวดเร็วและอาจจะหายใจแรงและเร็วกว่าปกติ  ถ้าไม่แก้ไขอาจจะเกิดอาการเส้นเลือดแตกที่ผิวหนังและครีบได้  การเติมเกลือแกง 0.5-1.0% ลงในน้ำจะทำให้อัตราการรอดตายสูงขึ้น

                [b]6. อุณหภูมิน้ำต่ำเกินไป[/b]   ปลาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเย็นจะมีสีซีด  ครีบห่อ  ว่ายน้ำช้าๆอยู่กับที่  บางครั้งจะหมุนว่ายอย่างรวดเร็วหรือว่ายส่ายไปส่ายมา  ถ้าไม่แก้ไขปลาอาจมีปัญหาในการทรงตัวได้  การเกิดโรคนี้จะทำให้ความสามารถในการรักษาความเข้มข้นของเลือดเสียไป  และไตวายได้

                [b]7. พิษจากคลอรีน[/b]  ปกติแล้วคลอรีนจะเป็นพิษมากต่อปลาสวยงาม  เมื่อถูกสารนี้ปลาจะมีอาการสีซีดลงและหายใจติดขัด  เนื่องจากมีการระคายเคืองของเนื้อเยื่อที่เหงือก  อัตตราการตายจะขึ้นอยู่กับระดับของคลอรีน  ถ้าได้มากกว่า 0.5 พีพีเอ็มก็มักทำให้เกิดการตายภายในระยะเวลาอันสั้น  แต่ถ้าได้รับปริมาณน้อยเป็นเวลานาน จะมีอาการตาถลนด้วย  อาจใช้โซเดียมไทโอซัลเฟตเป็นสารลดปริมาณคลอรีนที่รวดเร็วได้

                [b]8. พิษจากผงซักฟอก  [/b]ผงซักฟอกเป็นพิษต่อปลาอย่างมาก  โดยมากจะเกิดกับการล้างตู้ปลาที่ผิดๆ  โดยมีผงซักฟอกเหลืออยู่  ทำให้ปลาระคายเคืองเพราะไปทำลายเมือกซึ่งปกคลุมตัวปลาอยู่  โดยเฉพาะบริเวณเหงือก  นอกจากนั้นยังอาจจะถูกดูดซึมเข้ากับเม็ดเลือด  ทำให้ปลาตายได้  โดยผิวอาจแสดงอาการสึกกร่อนในกรณีที่มีความเข้มข้นมาก  ยังไม่มีสารที่ช่วยทำลายพิษชนิดนี้ได้

               [b] 9. พิษจากก๊าซไข่เน่า [/b] ก๊าซชนิดนี้มักเกิดขึ้นเมื่อมีการอุตตันของระบบกรอง  มักจะมีสาหร่าย(น่าจะเป็นตะไคร่)ขึ้นระยะแรก  ก๊าซนี้จะแย่งจับออซิเจนกับเม็ดเลือดและทำลายระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง  ถ้ามีความเข้มข้นเกิน 10 พีพีเอ็ม สามารถทำให้ตายได้  แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อยจะมีอาการเครียดและพยายามขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำ  เหงือกมีสีม่วงเข้ม  การแก้ไขควรจะปรับปรุงระบบกรองไม่ให้มีการหมักหมมของของเสียมากเกินไป

              [b] 10. พิษของนิโคติน [/b] ตามกระทู้นี้เลยคับ  http://clubaquaplant.org/forum/index.php?topic=15611.0

               [b]11. พิษจากยาฆ่าแมลง [/b] มักเกิกขึ้นเพราะความไม่ระมัดระวัง  เช่น  ฉีดยาฆ่าแมลงในห้องที่มีตู้ปลาสวยงาม  อาการของปลาที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับชนิดของสารยาฆ่าแมลง  แต่โดยทั่วไปมักมีอาการชักและเสียหน้าที่ของระบบประสาท

               [b]12. การขาดออกซิเจน[/b]  ถ้ามีการให้ออกซิเจนไม่เพียงพอ  ปลาจะมารวมกันที่ผิวน้ำเพื่อพยายามหายใจ  การรักษาก็คือการลดอุณหภูมิและเพิ่มการให้ฟองอากาศ  ถ้าทิ้งไว้นานอาจจะทำให้เหงือกปิดเสียรูปไปได้

               [b]13. การเกิดเนื้องอกในปลา[/b]  เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในปลาสวยงาม  มักเกิดจากการได้รับสารก่อมะเร็งสะสมอยู่ในน้ำ  พันธุ์ปลาแต่ละชนิดจะมีโอกาสเป็นไม่เท่ากัน  แต่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดเนื้องอก
     
         คัดลอกจาก หนังสือ ครบเครื่องธุรกิจปลาสวยงาม ของ ศุภชัย  นิลวานิช

ขอบคุณ http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=16732.0 มีประโยชน์สำหรับผมเลยครับ</description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>[b] 1. Acidosis[/b]  เกิดจากน้ำเป็นกรดมากเกินไป  ปลาจะพยายามกระโดดไปมาคล้ายจะหนีออกมาจากน้ำ  มีอาการหายใจและว่ายน้ำผิดปกติ  ถ้านานจะเห็นการอักเสบมีเมือกมากของผิวหนังและเหงือกจนอาจมีอาการเลือดออก  บางครั้งสีปลาจะจัดขึ้นด้วย

               [b] 2. Alkalosis  [/b]เกิดจากน้ำเป็นด่างมากเกินไป ปลาจะมีอาการเหงือกซีดและมีการกร่อนของผิว  มีเมือกมาก  ในระยะแรกจะเห็นผิวเป็นสีขาวฟ้าขุ่น  ครีบกร่อน  ควรปรับสภาพน้ำให้พอเหมาะโดยอาจใช้น้ำส้มสายชูช่วย

                [b]3. พิษจากแอมโมเนีย  [/b]แอมโมเนียเป็นของเสียที่ได้มาจากปลา  เมื่อมีการสะสมมากขึ้นจะก่อให้เกิดความระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อเยื่อเมือก  ปลาจะมีอาการหายใจลำบาก  จนในที่สุดจะเกิดอาการชักเกร็งและตายในที่สุด  การเพิ่มความเป็นกรดในน้ำจะลดความเป็นพิษของแอมโมเนียได้  การเปลี่ยนถ่ายน้ำ 50% ของน้ำในตู้  และเพิ่มแบคทีเรียเข้าไปก็ช่วยลดแอมโมเนียได้เช่นกัน

                [b]4. พิษของไนไตรต์ [/b] มักเกิดขึ้นในช่วงแรกที่เริ่มการทำงานของระบบกรองน้ำ  ซึ่งยังมีแบคทีเรียไม่เพียงพอ  เมื่อมีการสะสมมากขึ้น  ปลาจะมีอาการหายใจลำบากและเหงือกสีดำคล้าจัดมาก  อาจชักตายเพราะระบบหายใจอัมพาตได้  ควรใส่แบคทีเรียเข้าไปช่วยลดไนไตรต์ด้วย

                [b]5. อุณหภูมิน้ำสูงเกินไป  [/b]ปลาจะมีอาการว่ายน้ำอย่างรวดเร็วและอาจจะหายใจแรงและเร็วกว่าปกติ  ถ้าไม่แก้ไขอาจจะเกิดอาการเส้นเลือดแตกที่ผิวหนังและครีบได้  การเติมเกลือแกง 0.5-1.0% ลงในน้ำจะทำให้อัตราการรอดตายสูงขึ้น

                [b]6. อุณหภูมิน้ำต่ำเกินไป[/b]   ปลาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเย็นจะมีสีซีด  ครีบห่อ  ว่ายน้ำช้าๆอยู่กับที่  บางครั้งจะหมุนว่ายอย่างรวดเร็วหรือว่ายส่ายไปส่ายมา  ถ้าไม่แก้ไขปลาอาจมีปัญหาในการทรงตัวได้  การเกิดโรคนี้จะทำให้ความสามารถในการรักษาความเข้มข้นของเลือดเสียไป  และไตวายได้

                [b]7. พิษจากคลอรีน[/b]  ปกติแล้วคลอรีนจะเป็นพิษมากต่อปลาสวยงาม  เมื่อถูกสารนี้ปลาจะมีอาการสีซีดลงและหายใจติดขัด  เนื่องจากมีการระคายเคืองของเนื้อเยื่อที่เหงือก  อัตตราการตายจะขึ้นอยู่กับระดับของคลอรีน  ถ้าได้มากกว่า 0.5 พีพีเอ็มก็มักทำให้เกิดการตายภายในระยะเวลาอันสั้น  แต่ถ้าได้รับปริมาณน้อยเป็นเวลานาน จะมีอาการตาถลนด้วย  อาจใช้โซเดียมไทโอซัลเฟตเป็นสารลดปริมาณคลอรีนที่รวดเร็วได้

                [b]8. พิษจากผงซักฟอก  [/b]ผงซักฟอกเป็นพิษต่อปลาอย่างมาก  โดยมากจะเกิดกับการล้างตู้ปลาที่ผิดๆ  โดยมีผงซักฟอกเหลืออยู่  ทำให้ปลาระคายเคืองเพราะไปทำลายเมือกซึ่งปกคลุมตัวปลาอยู่  โดยเฉพาะบริเวณเหงือก  นอกจากนั้นยังอาจจะถูกดูดซึมเข้ากับเม็ดเลือด  ทำให้ปลาตายได้  โดยผิวอาจแสดงอาการสึกกร่อนในกรณีที่มีความเข้มข้นมาก  ยังไม่มีสารที่ช่วยทำลายพิษชนิดนี้ได้

               [b] 9. พิษจากก๊าซไข่เน่า [/b] ก๊าซชนิดนี้มักเกิดขึ้นเมื่อมีการอุตตันของระบบกรอง  มักจะมีสาหร่าย(น่าจะเป็นตะไคร่)ขึ้นระยะแรก  ก๊าซนี้จะแย่งจับออซิเจนกับเม็ดเลือดและทำลายระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง  ถ้ามีความเข้มข้นเกิน 10 พีพีเอ็ม สามารถทำให้ตายได้  แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อยจะมีอาการเครียดและพยายามขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำ  เหงือกมีสีม่วงเข้ม  การแก้ไขควรจะปรับปรุงระบบกรองไม่ให้มีการหมักหมมของของเสียมากเกินไป

              [b] 10. พิษของนิโคติน [/b] ตามกระทู้นี้เลยคับ  http://clubaquaplant.org/forum/index.php?topic=15611.0

               [b]11. พิษจากยาฆ่าแมลง [/b] มักเกิกขึ้นเพราะความไม่ระมัดระวัง  เช่น  ฉีดยาฆ่าแมลงในห้องที่มีตู้ปลาสวยงาม  อาการของปลาที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับชนิดของสารยาฆ่าแมลง  แต่โดยทั่วไปมักมีอาการชักและเสียหน้าที่ของระบบประสาท

               [b]12. การขาดออกซิเจน[/b]  ถ้ามีการให้ออกซิเจนไม่เพียงพอ  ปลาจะมารวมกันที่ผิวน้ำเพื่อพยายามหายใจ  การรักษาก็คือการลดอุณหภูมิและเพิ่มการให้ฟองอากาศ  ถ้าทิ้งไว้นานอาจจะทำให้เหงือกปิดเสียรูปไปได้

               [b]13. การเกิดเนื้องอกในปลา[/b]  เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในปลาสวยงาม  มักเกิดจากการได้รับสารก่อมะเร็งสะสมอยู่ในน้ำ  พันธุ์ปลาแต่ละชนิดจะมีโอกาสเป็นไม่เท่ากัน  แต่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดเนื้องอก
     
         คัดลอกจาก หนังสือ ครบเครื่องธุรกิจปลาสวยงาม ของ ศุภชัย  นิลวานิช

ขอบคุณ http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=16732.0 มีประโยชน์สำหรับผมเลยครับ...</p>]]></content:encoded>
            <comments>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=174</comments>
        </item>
                <item>
            <title>โรคและการติดเชื้อต่าง ๆ ของปลาคาร์ฟ  </title>
            <link>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=173</link>
            <pubDate>03 May 2009 05:57:41 pm GMT +7</pubDate>
            <category>อยากบอก</category>
            <guid>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=173</guid>
            <description>[b]
สาเหตุจากการติดเชื้อจากแบคทีเรีย [/b]

          [b]โรคบวมน้ำหรือโรคไต รู้จักกันกันในชื่อ pinecone [/b]สังเกตได้จากท้องบวมและเกล็ดหลุด โรคนี้เป็นสาเหตุให้ตัวบวม เพื่อที่จะสร้างของเหลวในเนื้อเยื่อ โรคบวมน้ำเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas และ Pseudomonas ซึ่งมีสาเหตุมาจากคุณภาพน้ำไม่ดี หรือไม่ก็มีความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำ ถ้าโรคบวมน้ำเจริญเต็มที่ ปลาคาร์ฟจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ โรคนี้เหมือนกับโรคท้องผูกและโรคถุงลมปลา ปลาที่รอดชีวิตจากโรคถุงลม มีแนวโน้มว่าจะเป็นอีกครั้ง เพราะว่าโรคนี้ติดต่อได้ง่าย ทางที่ดีควรย้ายปลาที่เป็นโรคออกไป 


 
         [b] แผลเปื่อย ( Furunculos หรือ Ulcer Disease)[/b] การติดเชื้อของแบคทีเรียชนิดนี้จะไม่ค่อยแสดงอาการ แต่จะแพร่เชื้อไปอย่างรวดเร็ว จะติดเชื้อที่เกล็ดที่ดูเหมือนเงี่ยง อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อนี้แสดงอาการที่รอยกระแทกใต้เกล็ด ต่อมารอยกระแทกจะเริ่มปริออก ทำให้เกิดแผลเปื่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้เรียกว่า โรคแผลเปื่อยไม่มีการรับรองการรักษาของโรคนี้ 

          [b]Ulcers (Hole-in-the Body Disease)[/b] คือโรคติดเชื้อที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดภายใน และแสดงอาการคือแผลเปื่อยสีแดงขนาดใหญ่ ฝี และสีแดงคล้ำที่ฐานของครีบ เราจะไม่สับสนโรคนี้กับโรคหนอนสมอ เพราะว่าอาการของหนอนสมอจะบวม ในขณะที่โรคนี้จะถูกกินจากภายใน การอาบน้ำเกลืออาจจะรุนแรงเกินไป แต่ปลาที่ติดเชื้อควรจะแยกไว้ต่างหากและให้ยารักษาอีกครั้ง ที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ควรไปพบสัตวแพทย์สำหรับการรักษาที่เหมาะสม 

         [b] Mouth Fungus (Columnaris Disease) [/b]มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย Flexibacter และแสดงอาการโดยมีตุ่มขาว ๆ โตบริเวณรอบปาก นอกจากนั้นยังพบได้ที่เหงือก หลัง และครีบ ถ้าปล่อยปละละเลยโดยไม่รักษา โรคนี้จะลุกลามไปทั่วและปลาก็จะตายได้ ควรตามสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญมาดู ควรคัดแยกปลาที่ป่วยไว้ต่างหาก 

         [b]โรคครีบติดเชื้อแบคทีเรียหรือหางเน่า [/b]การต่อสู้กันระหว่างปลาอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ครีบหรือหางบริเวณที่เจ็บง่ายต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย และโรคนี้อาจเกิดจากคุณภาพน้ำไม่ดี มันง่ายที่จะป้องกันขณะที่ครีบมีบางส่วนหลุดไปและกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมื่อโรคแสดงอาการรุนแรง ครีบจุค่อย ๆ กร่อนไป การแก้ไขอาจจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะเข้าทำการรักษา ลองปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม 

          [b]โรคเหงือกติดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุมาจากแบคทีเรียหลายสายพันธุ์ [/b]โรคนี้เกี่ยวกับการอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก และคุณภาพของน้ำไม่ดี น้ำอุณหภูมิสูงก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้ อาการโดยทั่วไปของโรค คือ ความเสียหายของเส้นใยเหงือก เยื่อบุเมือกที่ผิว และนิสัยการหายใจที่ผิวน้ำ ในบางกรณีอาจแก้ไขได้โดยลดจำนวนประชากรปลาในบ่อ และพัฒนาคุณภาพน้ำ การรักษาแบบแอนตี้แบคทีเรียอาจมีประโยชน์ แต่ทางที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ 

          [b]วัณโรคปลา มีสาเหตุมาจากแบคทีเรีย Mycobacteria[/b] และเป็นสาเหตุให้เกิดบาดแผลที่เรียกว่า granuloma ที่อวัยวะภายใน เพราะว่าเนื้องอกเหล่านี้อยู่ภายในและไม่แสดงอาการ มันจึงยากที่จะวินิจฉัย ปลาคาร์ฟที่เป็นโรคนี้ตาจะบวมแดงและช่องท้องก็จะบวม พอง การวินิจฉัยสามารถรับรองก็ต่อเมื่อตรวจภายในหลังปลาตาย ไม่มีการรักษาสำหรับโรคนี้ ดังนั้นถ้าสงสัยว่าเป็นโรคควรย้ายปลาที่สงสัยจะเป็นโรคนี้ออกจากบ่อทันที 

[b]สาเหตุจากการติดเชื้อรา [/b]

          [b]Fungus[/b] มีสาเหตุจากเชื้อราในสกุล Saprolegnia ที่มักเป็นอันตรายต่อปลาเขตร้อน เชื้อรานี้จะแสดงอาการไม่ชัดเจน แต่มันจะขาวและง่ายต่อการสังเกตว่าโรค velvet สาเหตุเบื้องต้นของโรคนี้เกิดจากความเสียหายของเยื่อบุเมือกบนผิวที่เชื้อรามาเกาะและเจริญเติบโต ความบาดเจ็บ สภาพแวดล้อม และปรสิต ก็สามารถทำลายการป้องกันของเยื่อบุผิวได้ การรักษาโรคนี้ทำได้โดยการทา methylene blue ในบริเวณที่ติดเชื้อ หลังจากนั้นนำปลาไปแช่น้ำเกลือ 10 วัน แล้วอาจต้องไปพบสัตวแพทย์อีกด้วย 

          [b]Body slim Fungus[/b] โรคนี้สามารถฆ่าปลาได้ภายใน 2 วัน ถ้าไม่รักษาให้ทันเวลาเยื่อบุเมือกที่หุ้มจะเป็นสีขาวและเริ่มหลุดออก เหมือนกับว่าปลากำลังลอกคราบ ครีบจะค่อย ๆ ถูกปกคลุม ท้ายสุดตัวก็ลายแดงด้วยอาการระคายเคือง ถ้าสังเกตเห็นอาการของโรคนี้ต้องรีบตามสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญมาทำการแก้ไข 

         [b] Branchiomycosis [/b]การติดเชื้อชนิดนี้ส่งผลกระทบต่อเหงือก ทำให้เกิดการกดระบบหายใจและเลือดออกที่เหงือก บริเวณของเนื้อเยื่อเหงือกที่ตายบ่งชี้ให้เห็นถึงโรคนี้ และที่โชคร้ายคือ ยังไม่มีการรักษาสำหรับโรคนี้ และปลาที่เป็นโรคก็จะตายภายในเวลาไม่กี่วัน ควรแยกปลาไว้ต่างหาก ถ้าสงสัยว่าติดเชื้อ Branchiomycosis 

[b]โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส [/b]

         [b] Carp Pox โรคพุพอง, โรคซิฟิลิส [/b]โรคพุพองมักจะเป็นกับปลาคาร์ฟและปลาในตระกูลใกล้เคียง การติดเชื้อไวรัสนื้ทำให้เกิดเมือกกลิ่นสีขาวขุ่นและสีชมพูเทา เคลือบบนผิวและครีบปลา ลักษณะอาการของโรคนี้คือ มักเกิดขึ้นมาและดูเหมือนจะรุนแรง แต่ต่อมามันก็จะหายไปเอง ไม่มีใครรู้อย่างแน่ชัดว่า อะไรที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคพุพองหรือการที่อาการของโรคเกิดและก็หายไปเอง ควรต้องป้องกันไว้ก่อนและแยกปลาที่ติดเชื้อออกจนกว่าเมือกนั้นจะหายไป ซึ่งมันอาจจะกินเวลา 7-10 วัน น้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะช่วยให้อาการของโรคหายไป เพราะว่าโรคนี้ไม่ได้คร่าชีวิตปลา 

          [b]Sping Viremia of Carp [/b]มีลักษณะอาการคือ ตาพอง ผิวและเหงือกเป็นแผล ว่ายน้ำไม่ได้ และท้องบวม โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อ Rhabdovirus carpio โรคนี้มีสาเหตุมาจากน้ำอุณหภูมิสูง และมักเกิดกับลูกปลา โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง การกลับมาเป็นอีกจึงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีวิธีการรักษาสำหรับโรคนี้ และปลาที่ติดเชื้อก็ควรย้ายออกจากบ่อ 

          [b]Lymphocystic [/b]เป็นโรคไวรัสธรรมดาที่สามารถจะวินิจฉัยได้จากการเกิดก้อนเนื้อแข็งขึ้นตามตัว โรคนี้ไม่มีอันตรายถึงตาย แต่ไม่มีทางรักษา มันสามารถกลับมาแสดงอาการอีกและติดต่อได้ง่าย จึงควรต้องย้ายปลาที่ติดเชื้อออกจากบ่ออย่างถาวร 

[b]โรคที่เกิดจากติดเชื้อจากพยาธิ [/b]

          [b]เห็บปลา[/b] เป็นพยาธิที่อยู่ในสายพันธุ์ Argulus มันง่ายที่ที่จะสังเกตเห็นจากผิวบนตัวปลา เห็บปลามีลักษณะกลม มีตาเด่น ส่วนของปากเจริญมาก ซึ่งใช้เกาะติดที่ตัวโฮสท์ เห็บปลาสามารถย้ายที่บนตัวปลาได้อย่างง่ายดาย และมันก็จะเปลี่ยนสีร่างกายให้เหมือนกับปลาที่มันเกาะ หลายครั้งที่ปลาพยายามถูตัวกับสิ่งต่าง ๆ เพื่อที่จะถูเอาเห็บออก ปลาบางตัวก็กระโดดมาเหนือน้ำ เพื่อที่จะเอาเห็บออก เห็บนี้จะดูดเลือดและของเหลวออกจากตัวปลาผ่านทางผิวหนังและเกล็ด บางครั้งมันก็อยู่ที่ครีบ แต่นั่นไม่ใช่ที่เห็บพอใจเท่ากับที่ตัวปลา เห็บปลาสามารถนำไปสู่โรคอื่น ๆ และก็อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียตามมาที่แผลด้วย คำแนะนำส่วนใหญ่ในการรักษาเห็บปลา หนอนสมอ และปลิง คือ Dipterex, Masoten, Dylox หรือ Nequvon ให้ทายาแดง Malachite green หรือ methylene blue ที่แผลทุกแผล ห้ามใช้ฟอร์มาลีนเพื่อฆ่าพยาธิ มิฉะนั้นอาจต้องฆ่าปลาด้วย 

          [b]หนอนสมอ[/b] มักเกาะติดผิวหนังปลา มีหลาย ๆ สายพันธุ์ของพยาธิชนิดนี้ตัวเมียจะมีหัวคล้ายสมอฝังอยู่ในตัวของโฮสท์ ปลามักจะถูตัวเพื่อครูดเอาพยาธิออก หนอนชนิดนี้คล้ายกับเห็บปลาที่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองและเลือดไหลตรงที่พวกมันเกาะ และส่วนที่ยื่นออกมาคือ หนอนสีขาวซึ่งสามารถโตยายได้อีก และอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่แผลอีกด้วย การรักษาหนอนสมอ รวมไปถึงการแยกปลาออกจากบ่อ และการใช้คีมคีบหนีบออก ต้องทำตามคำแนะนำที่มาพร้อมกับยาที่คุณซื้ออย่างเคร่งครัด วิธีที่จะเอาหนอนออก : โดยวางผ้าเปียกในมือของคุณ จับปลาในมือที่ถือผ้า ควรแน่ใจว่าวางตำแหน่งถูกต้องแล้ว โดยให้หนอนตรงกับตัวคุณ ใช้คีมคีบหนีบไปให้ใกล้กับแผลเท่าที่จะทำได้ แต่ให้โดนเฉพาะที่ตัวหนอน ดูให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้หนีบเนื้อส่วนใดของปลา และต้องระวังไม่ให้ตัวหนอนขาด วิธีนี้ค่อนข้างอันตรายและต้องใช้ความระวังอย่างที่สุด วิธีนี้ควรกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญ เหมือนกับตอนรักษาโรคเห็บปลา ควรทายาป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ตรงตำแหน่งผล ยาปฏิชีวนะก็ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และควรปรึกษาพ่อค้าปลาในการรักษาวิธีนี้ 

          [b]ปลิง [/b]ปลิงเป็นปรสิตที่มักพบที่ผิวหรือเกล็ดปลา ไม่มีปลิงที่เราจะเห็นมันอยู่โดด ๆ ที่ทะเลสาบหรือบ่อน้ำ พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายหนอน พยาธิที่เกาะกินเลือดกินเนื้อ ต้องเอามันออกจากตัวปลาให้เร็วที่สุด แต่ไม่ให้ใช้คีมคีบหนีบ เพราะปลิงพวกนี้แข็งแรงและอาจสร้างผลให้แก่ปลา ถ้าคุณคิดจะดึง ทางที่ดีควรขอคำแนะนำจากร้านค้าถึงวิธีการรักษา อีกวิธีหนึ่งคือ การแช่น้ำเกลือด้วยส่วนผสมเกลือ 8 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แกลลอน การแช่น้ำเกลือดูเหมือนว่าเพียงพอแล้ว นำปลาใส่ไม่เกิน 10 นาที หลังจากนั้นสามารถใช้คีมคีบหนีบปลิงออกได้อย่างง่ายดาย ปลิงและไข่ของมันอาจติดมากับบ่อได้จากพืชต้นใหม่ ดังนี้จึงควรแยกพืชไว้ในถังกักก่อนที่จะนำมาลงบ่อ 

         [b] Flukes-skin and gill [/b](Dactylogyrus) ปลาคาร์ฟที่อ่อนแอจะตกเป็นเหยื่อของ flukes ก่อนที่จะติดเชื้อใด ๆ gill flukes คือพยาธิตัวแบนที่ง่ายต่อการป้องกัน มันเป็นสาเหตุให้เหงือกบวมและแดง และเป็นสาเหตุให้ปลาขึ้นมารับอากาศที่ผิวน้ำ บางครั้งของเหลวคล้ายหนองจะไหลออกมาจากเหลือก fluke เป็นปรสิตที่เล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ซึ่งอาศัยอยู่ในเหงือก อาการอย่างอื่น เช่น สีจาง ถูตัว และหายใจหอบ skin fluke ( Gyrodactylus) เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการบวมเฉพาะที่เมือกออกมากเกินไป และเป็นผล 

          เหมือนกับอาการของปรสิตชนิดอื่น ๆ ปลามักจะถูตัวเพื่อครูดเอาปรสิตออก การรักษา fluke ซึ่งสามารถทำได้ง่ายดาย ผู้เชี่ยวชาญ บางคนแนะนำว่าควรจะอาบยาฆ่าเชื้อ แต่จะแนะวิธีนี้ก็ต่อเมื่อการรักษาข้างต้นไม่ได้ผล เอาปลาใส่ลงในน้ำ 1 แกลลอน เติมยาฆ่าเชื้อลงไป 15 หยดทุก ๆ นาที จนครบ 10 นาที หลังจารกนั้น ย้ายปลาไปไว้ที่ถังพยาบาลทำตามวิธีข้างต้นไปอีก 3 วัน ต้องไม่ใส่เยอะเกิน มิฉะนั้น ยาฆ่าเชื้อจะฆ่าปลาได้ ควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด 

         [b] โรคอิ๊คหรือโรคจุดขาว[/b] จะมีจุดขาว เม็ดเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นตามตัว เป็นปรสิต lchthyophthirius เป็นชนิดธรรมดาที่เราเห็นทั่วไป แต่ไม่ควรให้มีจุดขาวเกิดกับปลาแม้แต่น้อย เพราะมันสามารถห่าปลาได้ถ้ามีเวลาพอ โรคนี้เป็นโรคโดยทั่วไป ดังนั้นจึงมียารักษาโรคนี้ขายตามท้องตลาดมากมาย อย่าซื้อยาเพราะราคาถูก ควรปรึกษาพอค้าที่จะเลือกยาที่ดีที่สุด คุณควรทำตามคำแนะนำและย้ายปลาที่แสดงอาการออกไปไว้ในถังกัก ถ้าผลการรักษาไม่เป็นที่น่าพอใจ ควรลองโดยการแช่น้ำเกลือในถังกัก 10 วัน จำเป็นที่ต้องฆ่าเชื้อนี้ก่อนที่มันจะมีโอกาสแพร่ไปทั่วประชากรปลาอื่น ๆ 

         [b] Velvet[/b] ปรสิตนี้ Oodinium เป็นสาเหตุให้เกิดปุยนิ่มสีทองปกคลุมที่ตัวและครีบปลา ซึ่งเรากล่าวว่ามันคือ Velvet ในปลาคาร์ฟสีส้ม บ้างครั้งเราอาจตรวจไม่พบโรคนี้ในครั้งแรกที่ดู การไปพบสัตวแพทย์เป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับโรคนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนให้ malachite green หรือวิธีการแช่น้ำเกลือแบบเก่า 10 วัน 

          [b]Hole-in-the-Head disease[/b] โรคนี้มีสาเหตุมาจากปรสิต Hexamita เป็นปรสิตที่อยู่ภายในปลาคาร์ฟที่ไม่แข็งแรง ที่มีสาเหตุมาจากความกดดัน อายุ หรือคุณภาพน้ำไม่ดี มีโอกาสติดโรคนี้ได้ง่าย อาการคือ อุจจาระเป็นสีขาว เหนียว รูขุมขนที่เกี่ยวกับความรู้สึกเป็นหนอง และมีขนาดใหญ่ขึ้น อาการอื่นรวมไปถึงการถูกทำลายของผิวและกล้ามเนื้อ ซึ่งค่อย ๆ ขยายไปถึงกระดูกและกะโหลกศีรษะ ย้ายปลาไว้ในถังกัก เปลี่ยนน้ำเป็นประจำก็เพียงพอที่จะช่วยรักษาปลา เพิ่มสารอาหารด้วยวิตามินซี ก็จะช่วยให้ปลามีอาการดีขึ้น ยา metronidazole 50 มิลลิกรัมต่อน้ำทุก ๆ แกลลอน ใช้อาบก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ควรใช้วิธีนี้ซ้ำในอีก 3 วันต่อมา 

ที่มา : ปกรณ์ ชินไพศาล, คู่มือปลาคาร์ฟ, ธันวาคม 2545, หน้า 137-148

ขอบคุณ http://www.udclick.com/home1/index.php?option=com_content&amp;amp;task=view&amp;amp;id=56521&amp;amp;Itemid=117071
 
เลี้ยงอยู่ที่บ้านครับ ขอบคุณครับ</description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>[b]
สาเหตุจากการติดเชื้อจากแบคทีเรีย [/b]

          [b]โรคบวมน้ำหรือโรคไต รู้จักกันกันในชื่อ pinecone [/b]สังเกตได้จากท้องบวมและเกล็ดหลุด โรคนี้เป็นสาเหตุให้ตัวบวม เพื่อที่จะสร้างของเหลวในเนื้อเยื่อ โรคบวมน้ำเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas และ Pseudomonas ซึ่งมีสาเหตุมาจากคุณภาพน้ำไม่ดี หรือไม่ก็มีความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำ ถ้าโรคบวมน้ำเจริญเต็มที่ ปลาคาร์ฟจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ โรคนี้เหมือนกับโรคท้องผูกและโรคถุงลมปลา ปลาที่รอดชีวิตจากโรคถุงลม มีแนวโน้มว่าจะเป็นอีกครั้ง เพราะว่าโรคนี้ติดต่อได้ง่าย ทางที่ดีควรย้ายปลาที่เป็นโรคออกไป 


 
         [b] แผลเปื่อย ( Furunculos หรือ Ulcer Disease)[/b] การติดเชื้อของแบคทีเรียชนิดนี้จะไม่ค่อยแสดงอาการ แต่จะแพร่เชื้อไปอย่างรวดเร็ว จะติดเชื้อที่เกล็ดที่ดูเหมือนเงี่ยง อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อนี้แสดงอาการที่รอยกระแทกใต้เกล็ด ต่อมารอยกระแทกจะเริ่มปริออก ทำให้เกิดแผลเปื่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้เรียกว่า โรคแผลเปื่อยไม่มีการรับรองการรักษาของโรคนี้ 

          [b]Ulcers (Hole-in-the Body Disease)[/b] คือโรคติดเชื้อที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดภายใน และแสดงอาการคือแผลเปื่อยสีแดงขนาดใหญ่ ฝี และสีแดงคล้ำที่ฐานของครีบ เราจะไม่สับสนโรคนี้กับโรคหนอนสมอ เพราะว่าอาการของหนอนสมอจะบวม ในขณะที่โรคนี้จะถูกกินจากภายใน การอาบน้ำเกลืออาจจะรุนแรงเกินไป แต่ปลาที่ติดเชื้อควรจะแยกไว้ต่างหากและให้ยารักษาอีกครั้ง ที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ควรไปพบสัตวแพทย์สำหรับการรักษาที่เหมาะสม 

         [b] Mouth Fungus (Columnaris Disease) [/b]มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย Flexibacter และแสดงอาการโดยมีตุ่มขาว ๆ โตบริเวณรอบปาก นอกจากนั้นยังพบได้ที่เหงือก หลัง และครีบ ถ้าปล่อยปละละเลยโดยไม่รักษา โรคนี้จะลุกลามไปทั่วและปลาก็จะตายได้ ควรตามสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญมาดู ควรคัดแยกปลาที่ป่วยไว้ต่างหาก 

         [b]โรคครีบติดเชื้อแบคทีเรียหรือหางเน่า [/b]การต่อสู้กันระหว่างปลาอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ครีบหรือหางบริเวณที่เจ็บง่ายต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย และโรคนี้อาจเกิดจากคุณภาพน้ำไม่ดี มันง่ายที่จะป้องกันขณะที่ครีบมีบางส่วนหลุดไปและกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมื่อโรคแสดงอาการรุนแรง ครีบจุค่อย ๆ กร่อนไป การแก้ไขอาจจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะเข้าทำการรักษา ลองปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม 

          [b]โรคเหงือกติดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุมาจากแบคทีเรียหลายสายพันธุ์ [/b]โรคนี้เกี่ยวกับการอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก และคุณภาพของน้ำไม่ดี น้ำอุณหภูมิสูงก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้ อาการโดยทั่วไปของโรค คือ ความเสียหายของเส้นใยเหงือก เยื่อบุเมือกที่ผิว และนิสัยการหายใจที่ผิวน้ำ ในบางกรณีอาจแก้ไขได้โดยลดจำนวนประชากรปลาในบ่อ และพัฒนาคุณภาพน้ำ การรักษาแบบแอนตี้แบคทีเรียอาจมีประโยชน์ แต่ทางที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ 

          [b]วัณโรคปลา มีสาเหตุมาจากแบคทีเรีย Mycobacteria[/b] และเป็นสาเหตุให้เกิดบาดแผลที่เรียกว่า granuloma ที่อวัยวะภายใน เพราะว่าเนื้องอกเหล่านี้อยู่ภายในและไม่แสดงอาการ มันจึงยากที่จะวินิจฉัย ปลาคาร์ฟที่เป็นโรคนี้ตาจะบวมแดงและช่องท้องก็จะบวม พอง การวินิจฉัยสามารถรับรองก็ต่อเมื่อตรวจภายในหลังปลาตาย ไม่มีการรักษาสำหรับโรคนี้ ดังนั้นถ้าสงสัยว่าเป็นโรคควรย้ายปลาที่สงสัยจะเป็นโรคนี้ออกจากบ่อทันที 

[b]สาเหตุจากการติดเชื้อรา [/b]

          [b]Fungus[/b] มีสาเหตุจากเชื้อราในสกุล Saprolegnia ที่มักเป็นอันตรายต่อปลาเขตร้อน เชื้อรานี้จะแสดงอาการไม่ชัดเจน แต่มันจะขาวและง่ายต่อการสังเกตว่าโรค velvet สาเหตุเบื้องต้นของโรคนี้เกิดจากความเสียหายของเยื่อบุเมือกบนผิวที่เชื้อรามาเกาะและเจริญเติบโต ความบาดเจ็บ สภาพแวดล้อม และปรสิต ก็สามารถทำลายการป้องกันของเยื่อบุผิวได้ การรักษาโรคนี้ทำได้โดยการทา methylene blue ในบริเวณที่ติดเชื้อ หลังจากนั้นนำปลาไปแช่น้ำเกลือ 10 วัน แล้วอาจต้องไปพบสัตวแพทย์อีกด้วย 

          [b]Body slim Fungus[/b] โรคนี้สามารถฆ่าปลาได้ภายใน 2 วัน ถ้าไม่รักษาให้ทันเวลาเยื่อบุเมือกที่หุ้มจะเป็นสีขาวและเริ่มหลุดออก เหมือนกับว่าปลากำลังลอกคราบ ครีบจะค่อย ๆ ถูกปกคลุม ท้ายสุดตัวก็ลายแดงด้วยอาการระคายเคือง ถ้าสังเกตเห็นอาการของโรคนี้ต้องรีบตามสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญมาทำการแก้ไข 

         [b] Branchiomycosis [/b]การติดเชื้อชนิดนี้ส่งผลกระทบต่อเหงือก ทำให้เกิดการกดระบบหายใจและเลือดออกที่เหงือก บริเวณของเนื้อเยื่อเหงือกที่ตายบ่งชี้ให้เห็นถึงโรคนี้ และที่โชคร้ายคือ ยังไม่มีการรักษาสำหรับโรคนี้ และปลาที่เป็นโรคก็จะตายภายในเวลาไม่กี่วัน ควรแยกปลาไว้ต่างหาก ถ้าสงสัยว่าติดเชื้อ Branchiomycosis 

[b]โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส [/b]

         [b] Carp Pox โรคพุพอง, โรคซิฟิลิส [/b]โรคพุพองมักจะเป็นกับปลาคาร์ฟและปลาในตระกูลใกล้เคียง การติดเชื้อไวรัสนื้ทำให้เกิดเมือกกลิ่นสีขาวขุ่นและสีชมพูเทา เคลือบบนผิวและครีบปลา ลักษณะอาการของโรคนี้คือ มักเกิดขึ้นมาและดูเหมือนจะรุนแรง แต่ต่อมามันก็จะหายไปเอง ไม่มีใครรู้อย่างแน่ชัดว่า อะไรที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคพุพองหรือการที่อาการของโรคเกิดและก็หายไปเอง ควรต้องป้องกันไว้ก่อนและแยกปลาที่ติดเชื้อออกจนกว่าเมือกนั้นจะหายไป ซึ่งมันอาจจะกินเวลา 7-10 วัน น้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะช่วยให้อาการของโรคหายไป เพราะว่าโรคนี้ไม่ได้คร่าชีวิตปลา 

          [b]Sping Viremia of Carp [/b]มีลักษณะอาการคือ ตาพอง ผิวและเหงือกเป็นแผล ว่ายน้ำไม่ได้ และท้องบวม โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อ Rhabdovirus carpio โรคนี้มีสาเหตุมาจากน้ำอุณหภูมิสูง และมักเกิดกับลูกปลา โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง การกลับมาเป็นอีกจึงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีวิธีการรักษาสำหรับโรคนี้ และปลาที่ติดเชื้อก็ควรย้ายออกจากบ่อ 

          [b]Lymphocystic [/b]เป็นโรคไวรัสธรรมดาที่สามารถจะวินิจฉัยได้จากการเกิดก้อนเนื้อแข็งขึ้นตามตัว โรคนี้ไม่มีอันตรายถึงตาย แต่ไม่มีทางรักษา มันสามารถกลับมาแสดงอาการอีกและติดต่อได้ง่าย จึงควรต้องย้ายปลาที่ติดเชื้อออกจากบ่ออย่างถาวร 

[b]โรคที่เกิดจากติดเชื้อจากพยาธิ [/b]

          [b]เห็บปลา[/b] เป็นพยาธิที่อยู่ในสายพันธุ์ Argulus มันง่ายที่ที่จะสังเกตเห็นจากผิวบนตัวปลา เห็บปลามีลักษณะกลม มีตาเด่น ส่วนของปากเจริญมาก ซึ่งใช้เกาะติดที่ตัวโฮสท์ เห็บปลาสามารถย้ายที่บนตัวปลาได้อย่างง่ายดาย และมันก็จะเปลี่ยนสีร่างกายให้เหมือนกับปลาที่มันเกาะ หลายครั้งที่ปลาพยายามถูตัวกับสิ่งต่าง ๆ เพื่อที่จะถูเอาเห็บออก ปลาบางตัวก็กระโดดมาเหนือน้ำ เพื่อที่จะเอาเห็บออก เห็บนี้จะดูดเลือดและของเหลวออกจากตัวปลาผ่านทางผิวหนังและเกล็ด บางครั้งมันก็อยู่ที่ครีบ แต่นั่นไม่ใช่ที่เห็บพอใจเท่ากับที่ตัวปลา เห็บปลาสามารถนำไปสู่โรคอื่น ๆ และก็อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียตามมาที่แผลด้วย คำแนะนำส่วนใหญ่ในการรักษาเห็บปลา หนอนสมอ และปลิง คือ Dipterex, Masoten, Dylox หรือ Nequvon ให้ทายาแดง Malachite green หรือ methylene blue ที่แผลทุกแผล ห้ามใช้ฟอร์มาลีนเพื่อฆ่าพยาธิ มิฉะนั้นอาจต้องฆ่าปลาด้วย 

          [b]หนอนสมอ[/b] มักเกาะติดผิวหนังปลา มีหลาย ๆ สายพันธุ์ของพยาธิชนิดนี้ตัวเมียจะมีหัวคล้ายสมอฝังอยู่ในตัวของโฮสท์ ปลามักจะถูตัวเพื่อครูดเอาพยาธิออก หนอนชนิดนี้คล้ายกับเห็บปลาที่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองและเลือดไหลตรงที่พวกมันเกาะ และส่วนที่ยื่นออกมาคือ หนอนสีขาวซึ่งสามารถโตยายได้อีก และอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่แผลอีกด้วย การรักษาหนอนสมอ รวมไปถึงการแยกปลาออกจากบ่อ และการใช้คีมคีบหนีบออก ต้องทำตามคำแนะนำที่มาพร้อมกับยาที่คุณซื้ออย่างเคร่งครัด วิธีที่จะเอาหนอนออก : โดยวางผ้าเปียกในมือของคุณ จับปลาในมือที่ถือผ้า ควรแน่ใจว่าวางตำแหน่งถูกต้องแล้ว โดยให้หนอนตรงกับตัวคุณ ใช้คีมคีบหนีบไปให้ใกล้กับแผลเท่าที่จะทำได้ แต่ให้โดนเฉพาะที่ตัวหนอน ดูให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้หนีบเนื้อส่วนใดของปลา และต้องระวังไม่ให้ตัวหนอนขาด วิธีนี้ค่อนข้างอันตรายและต้องใช้ความระวังอย่างที่สุด วิธีนี้ควรกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญ เหมือนกับตอนรักษาโรคเห็บปลา ควรทายาป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ตรงตำแหน่งผล ยาปฏิชีวนะก็ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และควรปรึกษาพ่อค้าปลาในการรักษาวิธีนี้ 

          [b]ปลิง [/b]ปลิงเป็นปรสิตที่มักพบที่ผิวหรือเกล็ดปลา ไม่มีปลิงที่เราจะเห็นมันอยู่โดด ๆ ที่ทะเลสาบหรือบ่อน้ำ พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายหนอน พยาธิที่เกาะกินเลือดกินเนื้อ ต้องเอามันออกจากตัวปลาให้เร็วที่สุด แต่ไม่ให้ใช้คีมคีบหนีบ เพราะปลิงพวกนี้แข็งแรงและอาจสร้างผลให้แก่ปลา ถ้าคุณคิดจะดึง ทางที่ดีควรขอคำแนะนำจากร้านค้าถึงวิธีการรักษา อีกวิธีหนึ่งคือ การแช่น้ำเกลือด้วยส่วนผสมเกลือ 8 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แกลลอน การแช่น้ำเกลือดูเหมือนว่าเพียงพอแล้ว นำปลาใส่ไม่เกิน 10 นาที หลังจากนั้นสามารถใช้คีมคีบหนีบปลิงออกได้อย่างง่ายดาย ปลิงและไข่ของมันอาจติดมากับบ่อได้จากพืชต้นใหม่ ดังนี้จึงควรแยกพืชไว้ในถังกักก่อนที่จะนำมาลงบ่อ 

         [b] Flukes-skin and gill [/b](Dactylogyrus) ปลาคาร์ฟที่อ่อนแอจะตกเป็นเหยื่อของ flukes ก่อนที่จะติดเชื้อใด ๆ gill flukes คือพยาธิตัวแบนที่ง่ายต่อการป้องกัน มันเป็นสาเหตุให้เหงือกบวมและแดง และเป็นสาเหตุให้ปลาขึ้นมารับอากาศที่ผิวน้ำ บางครั้งของเหลวคล้ายหนองจะไหลออกมาจากเหลือก fluke เป็นปรสิตที่เล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ซึ่งอาศัยอยู่ในเหงือก อาการอย่างอื่น เช่น สีจาง ถูตัว และหายใจหอบ skin fluke ( Gyrodactylus) เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการบวมเฉพาะที่เมือกออกมากเกินไป และเป็นผล 

          เหมือนกับอาการของปรสิตชนิดอื่น ๆ ปลามักจะถูตัวเพื่อครูดเอาปรสิตออก การรักษา fluke ซึ่งสามารถทำได้ง่ายดาย ผู้เชี่ยวชาญ บางคนแนะนำว่าควรจะอาบยาฆ่าเชื้อ แต่จะแนะวิธีนี้ก็ต่อเมื่อการรักษาข้างต้นไม่ได้ผล เอาปลาใส่ลงในน้ำ 1 แกลลอน เติมยาฆ่าเชื้อลงไป 15 หยดทุก ๆ นาที จนครบ 10 นาที หลังจารกนั้น ย้ายปลาไปไว้ที่ถังพยาบาลทำตามวิธีข้างต้นไปอีก 3 วัน ต้องไม่ใส่เยอะเกิน มิฉะนั้น ยาฆ่าเชื้อจะฆ่าปลาได้ ควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด 

         [b] โรคอิ๊คหรือโรคจุดขาว[/b] จะมีจุดขาว เม็ดเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นตามตัว เป็นปรสิต lchthyophthirius เป็นชนิดธรรมดาที่เราเห็นทั่วไป แต่ไม่ควรให้มีจุดขาวเกิดกับปลาแม้แต่น้อย เพราะมันสามารถห่าปลาได้ถ้ามีเวลาพอ โรคนี้เป็นโรคโดยทั่วไป ดังนั้นจึงมียารักษาโรคนี้ขายตามท้องตลาดมากมาย อย่าซื้อยาเพราะราคาถูก ควรปรึกษาพอค้าที่จะเลือกยาที่ดีที่สุด คุณควรทำตามคำแนะนำและย้ายปลาที่แสดงอาการออกไปไว้ในถังกัก ถ้าผลการรักษาไม่เป็นที่น่าพอใจ ควรลองโดยการแช่น้ำเกลือในถังกัก 10 วัน จำเป็นที่ต้องฆ่าเชื้อนี้ก่อนที่มันจะมีโอกาสแพร่ไปทั่วประชากรปลาอื่น ๆ 

         [b] Velvet[/b] ปรสิตนี้ Oodinium เป็นสาเหตุให้เกิดปุยนิ่มสีทองปกคลุมที่ตัวและครีบปลา ซึ่งเรากล่าวว่ามันคือ Velvet ในปลาคาร์ฟสีส้ม บ้างครั้งเราอาจตรวจไม่พบโรคนี้ในครั้งแรกที่ดู การไปพบสัตวแพทย์เป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับโรคนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนให้ malachite green หรือวิธีการแช่น้ำเกลือแบบเก่า 10 วัน 

          [b]Hole-in-the-Head disease[/b] โรคนี้มีสาเหตุมาจากปรสิต Hexamita เป็นปรสิตที่อยู่ภายในปลาคาร์ฟที่ไม่แข็งแรง ที่มีสาเหตุมาจากความกดดัน อายุ หรือคุณภาพน้ำไม่ดี มีโอกาสติดโรคนี้ได้ง่าย อาการคือ อุจจาระเป็นสีขาว เหนียว รูขุมขนที่เกี่ยวกับความรู้สึกเป็นหนอง และมีขนาดใหญ่ขึ้น อาการอื่นรวมไปถึงการถูกทำลายของผิวและกล้ามเนื้อ ซึ่งค่อย ๆ ขยายไปถึงกระดูกและกะโหลกศีรษะ ย้ายปลาไว้ในถังกัก เปลี่ยนน้ำเป็นประจำก็เพียงพอที่จะช่วยรักษาปลา เพิ่มสารอาหารด้วยวิตามินซี ก็จะช่วยให้ปลามีอาการดีขึ้น ยา metronidazole 50 มิลลิกรัมต่อน้ำทุก ๆ แกลลอน ใช้อาบก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ควรใช้วิธีนี้ซ้ำในอีก 3 วันต่อมา 

ที่มา : ปกรณ์ ชินไพศาล, คู่มือปลาคาร์ฟ, ธันวาคม 2545, หน้า 137-148

ขอบคุณ http://www.udclick.com/home1/index.php?option=com_content&amp;amp;task=view&amp;amp;id=56521&amp;amp;Itemid=117071
 
เลี้ยงอยู่ที่บ้านครับ ขอบคุณครับ...</p>]]></content:encoded>
            <comments>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=173</comments>
        </item>
                <item>
            <title>ไอเดีย Recycle ขยะโลกให้เป็นเฟอร์นิเจอร์</title>
            <link>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=172</link>
            <pubDate>15 Apr 2009 12:40:16 am GMT +7</pubDate>
            <category>I-Tree เทคโนโลยี</category>
            <guid>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=172</guid>
            <description>เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์

ขอบคุณเป็นพิเศษ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

 
 

[b]Tetra Pak Roof และ Tetra Pak Table[/b]

ออกแบบโดย Tetra Pak

ชิ้นงานทั้ง 2 อย่างนี้มีความเหมือนกันตรงที่นำ กล่องนม ที่ใช้แล้วและไม่มีประโยชน์ใด ๆ มา Recycle แล้วสร้างสรรค์เป็นงานใหม่ ๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ออกมา กระบวนการในการผลิตวัตถุดิบชนิดนี้คือการอัดกล่องนมเข้าด้วยกันจนได้เป็นวัตถุดิบที่มีความทนทานไม่น้อย

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c2001/recycle_12.jpg[/img]

ด้วยคุณสมบัติเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะสามารถนำมาใช้สร้างสรรค์เป็น วัสดุมุงหลังคา ได้ โดยมีสีสันสวยงามแตกต่างจากกระเบื้องมุงหลังคาที่เคยเห็นทั่วไป รวมทั้งยังคงทนต่อทั้งแสงแดดและสายฝนได้อย่างน่าพอใจด้วย หากมีการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานเยอะ ๆ ก็น่าจะช่วยลดปริมาณขยะได้ไม่น้อย

 

ส่วนโต๊ะนักเรียนชุดนี้ก็มีกระบวนการสร้างวัตถุดิบเพื่อใช้ประกอบเป็นโต๊ะเหมือนกับหลังคาที่กล่าวถึงมาแล้วข้างต้น เมื่อทำออกมาเป็นโต๊ะก็ดูเป็นโต๊ะที่มีคุณสมบัติไม่ต่างไปจากโต๊ะที่ทำจากไม้ในแบบเดิม ๆ เท่าไหร่ และบางทีความแปลกใหม่เช่นนี้อาจจะสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการนั่งเรียนให้กับนักเรียนก็เป็นได้

 


[b]Umbrella Chair[/b]

ออกแบบโดย คุณปรัชญา ธูปกระแจะ

ร่ม คืออุปกรณ์กันฝน (หรือบางคนก็ใช้กันแดด) ที่แม้ในปีหนึ่ง ๆ จะมีโอกาสใช้ไม่ถึงกับบ่อยนัก แต่ร่มก็มีอายุขัยการใช้งานของตนเองเช่นกัน มีการชำรุดตามการใช้งานได้ ซึ่งถ้าหากถึงวันนั้นมันก็ไม่ต่างจากแท่งขยะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เลย...นอกจากนำมา Recycle ทำเป็นอย่างอื่น

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c2001/recycle_2.jpg[/img]

ด้วยรูปร่างที่นูนเป็นหลังเต่า คุณปรัชญา ธูปกระแจะจึงมองเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกับอุปกรณ์สำหรับนั่ง เขาจึงนำร่มที่มีโครงชำรุดแล้วมาสร้างสรรค์จนกลายเป็น Umbrella Chair ที่ใช้เทคนิคการสร้างงานแบบ Combine more one หรือการรวมเข้าด้วยกันจากวัสดุทิ้งแล้วที่มากกว่าหนึ่งชิ้นให้รวมกันจนกลายเป็นหนึ่งชิ้น

 

นั่นก็คือนอกจากใช้ร่ม (ชำรุด) เป็นวัตถุดิบแล้ว ยังมีการนำวัตถุอย่างอื่นมาผสมผสานด้วย ไม่ว่าวัตถุดิบนั้นจะดูเหมือนกันหรือดูแตกต่างกันก็ตามที โดยเขาดัดแปลงเก้าอี้ร่มมาจากผ้าร่มที่โครงชำรุด, ด้ายเย็บผ้าและลังโฟม ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นของเหลือใช้ที่หาได้ในท้องถิ่นทั้งสิ้น

 

[b]Yummy Donut Chair[/b]

ออกแบบโดย คุณวินัดดา จ่าพาและคุณจุฑามาศ  สายัมผล

กระดาษลูกฟูกมักถูกนำไปใช้ทำเป็นลังสำหรับใส่ของ แม้จะเป็นกระดาษแต่วัตถุดิบชนิดนี้ก็มีความทนทานและความแข็งแกร่งพอสมควร ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครนำมาใช้ทำเป็นลังใส่ของที่มีน้ำหนักกันหรอก ด้วยความทนทานเช่นนี้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจของการนำมาทำเก้าอี้สำหรับนั่ง

[img]http://www.homeandi.com/clips/content/c2001/recycle_3.jpg[/img]

คุณวินัดดาและคุณจุฑามาศ สองสาวนักออกแบบช่วยกันดีไซน์เก้าอี้ให้มีรูปทรงซึ่งฉีกกฎไปจากคุณสมบัติของเก้าอี้ที่ทำจากกระดาษลูกฟูกโดยทั่วไปนอกเหนือจากการพับ โดย Yummy Donut Chair ที่ทั้งคู่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นมีรูปทรงเป็นเหลี่ยม ดูแปลกตาน่าสนใจ 

 

สันของกระดาษลูกฟูกจะทำหน้าที่เป็นทั้งตัวรับน้ำหนักและสร้างลวดลายของรูปทรงด้านข้างของตัวเก้าอี้ สามารถประกอบได้โดยไม่ต้องใช้กาวหรือวัสดุอื่น ๆ ในการยึดติด โดยที่แผ่นรองนั่งสามารถพิมพ์และเปลี่ยนลวดลายเพื่อตอบสนองตามความต้องการของดีไซเนอร์ได้อย่างไม่รู้จบด้วย

 


[b]Khob-Khob Chair [/b]

ออกแบบโดย คุณอัญชนา ลิ้มพงษ์สวัสดิ์, คุณธนเวทย์ ประกิจ, คุณพัทพงษ์ ชัยสุนทร, คุณปราชญ์ ใหญ่เอี่ยม, คุณณัฐยา เพ็ชรดี, คุณจันทร์จิรา ทานุการ, คุณวรชัย รังสิยานิช, คุณรัตนศักดิ์ ฉัตรค้ำจุนเจริญและคุณอรศรี รัตนชัยชาญเจริญ

Khob-Khob Chair เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากวัสดุ Recycle ในแบบที่คนดูสามารถยิ้มไปกับมันได้ อาจจะไม่โดดเด่นด้านดีไซน์มากนัก แต่ชัดเจนด้วยเจตนารมณ์ของการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ขึ้นมา นั่นก็คือ...ความรักที่มีต่อโลกที่ทีมผู้ออกแบบต้องการให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องนี้

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c2001/recycle_4.jpg[/img]

ปัจจุบันของเหลือใช้ที่กลายเป็นขยะมีปริมาณมากมาย ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมไม่น้อย ดังนั้นหากช่วยกันลดปริมาณขยะลงได้ โลกก็จะน่าอยู่มากขึ้น หนึ่งในขยะที่มีอยู่มากมายก็คือ ขวดน้ำพลาสติก ที่หากไม่มีใครนำไปกรอกน้ำไว้ใช้ต่อ มันก็เป็นขยะที่ย่อยสลายยาก  

 

ทีมออกแบบทั้งเก้าคนนี้จึงนำเอาขวดมาสร้างประโยชน์ขึ้นมาใหม่ด้วยการมองว่า ขวดน้ำเป็นวัสดุโปร่งแสงที่มีความสวยงามและสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และมีคุณค่าอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดได้ โดยนำมาทำเป็นเก้าอี้และใช้รูปทรงของหัวขวดน้ำมาทำเป็น Joint เพื่อเชื่อมขวดเข้าหากัน

 


[b]Stray : Stray, Straw, Tray[/b]

ออกแบบโดย คุณวสุ พงทับกรณ์และคุณไพลิน ริมพณิชยกิจ

หลอดพลาสติกสำหรับดูดน้ำนั้นเมื่อใช้ดูดน้ำ เติมความสดชื่นให้กับร่างกายเสร็จ มันก็กลายเป็นขยะไปเสียแล้ว ด้วยความที่ทำขึ้นมาจากพลาสติก...แม้จะมีขนาดเล็ก ๆ แต่มันก็ช่างเป็นขยะที่ย่อยสลายยากเหลือเกิน เพื่อลดปริมาณขยะประเภทนี้ คุณวสุและคุณไพลินจึงนำมา Recycle ใหม่เป็นของตกแต่งบ้านที่ดูน่ารักดี

[img]http://www.homeandi.com/clips/content/c2001/recycle_5.jpg[/img]

Stray ที่ทั้งสองสร้างสรรค์ขึ้นเป็นการสมาสคำของคำว่า Straw (หลอด) และ Tray (ถาด) นั่นเอง โดยทั้งสองนำหลอดมาทำให้ใช้งานได้ในรูปแบบที่แตกต่างและยาวนานยิ่งขึ้น ด้วยการนำไปนาบให้เกิดความร้อนและหลอมละลาย ก่อนจะนำมาทำเป็นถาด เป็นการนำของที่ไม่มีคุณค่ามาใช้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้งหนึ่ง

 

ถาดที่ทำขึ้นมานี้มีสีสันสวยงามและสามารถใช้ตกแต่งบ้านให้ดูสดใสได้ เจ้าของไอเดียสร้างสรรค์งานให้มีรูปทรงที่ดูคล้ายดอกไม้และหญ้าเพื่อสื่อถึงความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ส่วนการนำไปใช้งานนั้นก็คือใช้สำหรับเสียบของเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง ปากกา จดหมาย ฯลฯ ได้ ที่สำคัญคือสามารถทำความสะอาดง่าย ๆ เช่นพลาสติกทั่ว ๆ ไปด้วย

แหล่งที่มา http://www.homeandi.com/content/c2001.html
ขอบคุณครับ</description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์

ขอบคุณเป็นพิเศษ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

 
 

[b]Tetra Pak Roof และ Tetra Pak Table[/b]

ออกแบบโดย Tetra Pak

ชิ้นงานทั้ง 2 อย่างนี้มีความเหมือนกันตรงที่นำ กล่องนม ที่ใช้แล้วและไม่มีประโยชน์ใด ๆ มา Recycle แล้วสร้างสรรค์เป็นงานใหม่ ๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ออกมา กระบวนการในการผลิตวัตถุดิบชนิดนี้คือการอัดกล่องนมเข้าด้วยกันจนได้เป็นวัตถุดิบที่มีความทนทานไม่น้อย

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c2001/recycle_12.jpg[/img]

ด้วยคุณสมบัติเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะสามารถนำมาใช้สร้างสรรค์เป็น วัสดุมุงหลังคา ได้ โดยมีสีสันสวยงามแตกต่างจากกระเบื้องมุงหลังคาที่เคยเห็นทั่วไป รวมทั้งยังคงทนต่อทั้งแสงแดดและสายฝนได้อย่างน่าพอใจด้วย หากมีการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานเยอะ ๆ ก็น่าจะช่วยลดปริมาณขยะได้ไม่น้อย

 

ส่วนโต๊ะนักเรียนชุดนี้ก็มีกระบวนการสร้างวัตถุดิบเพื่อใช้ประกอบเป็นโต๊ะเหมือนกับหลังคาที่กล่าวถึงมาแล้วข้างต้น เมื่อทำออกมาเป็นโต๊ะก็ดูเป็นโต๊ะที่มีคุณสมบัติไม่ต่างไปจากโต๊ะที่ทำจากไม้ในแบบเดิม ๆ เท่าไหร่ และบางทีความแปลกใหม่เช่นนี้อาจจะสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการนั่งเรียนให้กับนักเรียนก็เป็นได้

 


[b]Umbrella Chair[/b]

ออกแบบโดย คุณปรัชญา ธูปกระแจะ

ร่ม คืออุปกรณ์กันฝน (หรือบางคนก็ใช้กันแดด) ที่แม้ในปีหนึ่ง ๆ จะมีโอกาสใช้ไม่ถึงกับบ่อยนัก แต่ร่มก็มีอายุขัยการใช้งานของตนเองเช่นกัน มีการชำรุดตามการใช้งานได้ ซึ่งถ้าหากถึงวันนั้นมันก็ไม่ต่างจากแท่งขยะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เลย...นอกจากนำมา Recycle ทำเป็นอย่างอื่น

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c2001/recycle_2.jpg[/img]

ด้วยรูปร่างที่นูนเป็นหลังเต่า คุณปรัชญา ธูปกระแจะจึงมองเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกับอุปกรณ์สำหรับนั่ง เขาจึงนำร่มที่มีโครงชำรุดแล้วมาสร้างสรรค์จนกลายเป็น Umbrella Chair ที่ใช้เทคนิคการสร้างงานแบบ Combine more one หรือการรวมเข้าด้วยกันจากวัสดุทิ้งแล้วที่มากกว่าหนึ่งชิ้นให้รวมกันจนกลายเป็นหนึ่งชิ้น

 

นั่นก็คือนอกจากใช้ร่ม (ชำรุด) เป็นวัตถุดิบแล้ว ยังมีการนำวัตถุอย่างอื่นมาผสมผสานด้วย ไม่ว่าวัตถุดิบนั้นจะดูเหมือนกันหรือดูแตกต่างกันก็ตามที โดยเขาดัดแปลงเก้าอี้ร่มมาจากผ้าร่มที่โครงชำรุด, ด้ายเย็บผ้าและลังโฟม ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นของเหลือใช้ที่หาได้ในท้องถิ่นทั้งสิ้น

 

[b]Yummy Donut Chair[/b]

ออกแบบโดย คุณวินัดดา จ่าพาและคุณจุฑามาศ  สายัมผล

กระดาษลูกฟูกมักถูกนำไปใช้ทำเป็นลังสำหรับใส่ของ แม้จะเป็นกระดาษแต่วัตถุดิบชนิดนี้ก็มีความทนทานและความแข็งแกร่งพอสมควร ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครนำมาใช้ทำเป็นลังใส่ของที่มีน้ำหนักกันหรอก ด้วยความทนทานเช่นนี้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจของการนำมาทำเก้าอี้สำหรับนั่ง

[img]http://www.homeandi.com/clips/content/c2001/recycle_3.jpg[/img]

คุณวินัดดาและคุณจุฑามาศ สองสาวนักออกแบบช่วยกันดีไซน์เก้าอี้ให้มีรูปทรงซึ่งฉีกกฎไปจากคุณสมบัติของเก้าอี้ที่ทำจากกระดาษลูกฟูกโดยทั่วไปนอกเหนือจากการพับ โดย Yummy Donut Chair ที่ทั้งคู่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นมีรูปทรงเป็นเหลี่ยม ดูแปลกตาน่าสนใจ 

 

สันของกระดาษลูกฟูกจะทำหน้าที่เป็นทั้งตัวรับน้ำหนักและสร้างลวดลายของรูปทรงด้านข้างของตัวเก้าอี้ สามารถประกอบได้โดยไม่ต้องใช้กาวหรือวัสดุอื่น ๆ ในการยึดติด โดยที่แผ่นรองนั่งสามารถพิมพ์และเปลี่ยนลวดลายเพื่อตอบสนองตามความต้องการของดีไซเนอร์ได้อย่างไม่รู้จบด้วย

 


[b]Khob-Khob Chair [/b]

ออกแบบโดย คุณอัญชนา ลิ้มพงษ์สวัสดิ์, คุณธนเวทย์ ประกิจ, คุณพัทพงษ์ ชัยสุนทร, คุณปราชญ์ ใหญ่เอี่ยม, คุณณัฐยา เพ็ชรดี, คุณจันทร์จิรา ทานุการ, คุณวรชัย รังสิยานิช, คุณรัตนศักดิ์ ฉัตรค้ำจุนเจริญและคุณอรศรี รัตนชัยชาญเจริญ

Khob-Khob Chair เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากวัสดุ Recycle ในแบบที่คนดูสามารถยิ้มไปกับมันได้ อาจจะไม่โดดเด่นด้านดีไซน์มากนัก แต่ชัดเจนด้วยเจตนารมณ์ของการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ขึ้นมา นั่นก็คือ...ความรักที่มีต่อโลกที่ทีมผู้ออกแบบต้องการให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องนี้

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c2001/recycle_4.jpg[/img]

ปัจจุบันของเหลือใช้ที่กลายเป็นขยะมีปริมาณมากมาย ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมไม่น้อย ดังนั้นหากช่วยกันลดปริมาณขยะลงได้ โลกก็จะน่าอยู่มากขึ้น หนึ่งในขยะที่มีอยู่มากมายก็คือ ขวดน้ำพลาสติก ที่หากไม่มีใครนำไปกรอกน้ำไว้ใช้ต่อ มันก็เป็นขยะที่ย่อยสลายยาก  

 

ทีมออกแบบทั้งเก้าคนนี้จึงนำเอาขวดมาสร้างประโยชน์ขึ้นมาใหม่ด้วยการมองว่า ขวดน้ำเป็นวัสดุโปร่งแสงที่มีความสวยงามและสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และมีคุณค่าอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดได้ โดยนำมาทำเป็นเก้าอี้และใช้รูปทรงของหัวขวดน้ำมาทำเป็น Joint เพื่อเชื่อมขวดเข้าหากัน

 


[b]Stray : Stray, Straw, Tray[/b]

ออกแบบโดย คุณวสุ พงทับกรณ์และคุณไพลิน ริมพณิชยกิจ

หลอดพลาสติกสำหรับดูดน้ำนั้นเมื่อใช้ดูดน้ำ เติมความสดชื่นให้กับร่างกายเสร็จ มันก็กลายเป็นขยะไปเสียแล้ว ด้วยความที่ทำขึ้นมาจากพลาสติก...แม้จะมีขนาดเล็ก ๆ แต่มันก็ช่างเป็นขยะที่ย่อยสลายยากเหลือเกิน เพื่อลดปริมาณขยะประเภทนี้ คุณวสุและคุณไพลินจึงนำมา Recycle ใหม่เป็นของตกแต่งบ้านที่ดูน่ารักดี

[img]http://www.homeandi.com/clips/content/c2001/recycle_5.jpg[/img]

Stray ที่ทั้งสองสร้างสรรค์ขึ้นเป็นการสมาสคำของคำว่า Straw (หลอด) และ Tray (ถาด) นั่นเอง โดยทั้งสองนำหลอดมาทำให้ใช้งานได้ในรูปแบบที่แตกต่างและยาวนานยิ่งขึ้น ด้วยการนำไปนาบให้เกิดความร้อนและหลอมละลาย ก่อนจะนำมาทำเป็นถาด เป็นการนำของที่ไม่มีคุณค่ามาใช้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้งหนึ่ง

 

ถาดที่ทำขึ้นมานี้มีสีสันสวยงามและสามารถใช้ตกแต่งบ้านให้ดูสดใสได้ เจ้าของไอเดียสร้างสรรค์งานให้มีรูปทรงที่ดูคล้ายดอกไม้และหญ้าเพื่อสื่อถึงความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ส่วนการนำไปใช้งานนั้นก็คือใช้สำหรับเสียบของเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง ปากกา จดหมาย ฯลฯ ได้ ที่สำคัญคือสามารถทำความสะอาดง่าย ๆ เช่นพลาสติกทั่ว ๆ ไปด้วย

แหล่งที่มา http://www.homeandi.com/content/c2001.html
ขอบคุณครับ...</p>]]></content:encoded>
            <comments>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=172</comments>
        </item>
                <item>
            <title>ออกแบบเพื่อ Save the World ไปกับดีไซเนอร์ดัง</title>
            <link>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=171</link>
            <pubDate>15 Apr 2009 12:32:54 am GMT +7</pubDate>
            <category>I-Tree เทคโนโลยี</category>
            <guid>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=171</guid>
            <description>เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์

ขอบคุณเป็นพิเศษ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

 


[b]Waffle Design[/b]

ออกแบบโดย ม.ล.ภาวินี สันติศิริ

ผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดังที่โด่งดังมาจากการนำวัสดุธรรมชาติอย่างผักตบชวามาใช้ผลิตงานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่าง ๆ โดย Waffle Design ชิ้นนี้เป็นงานออกแบบที่พยายามคิดให้เกิดความแตกต่างขึ้นมา ขณะเดียวกันผู้ออกแบบพยายามสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ให้ดูโดดเด่นบนความเรียบง่ายด้วย
[img]http://www.homeandi.com/clips/content/c1997/designer_1.jpg[/img]

ม.ล.ภาวินีเน้นการออกแบบที่ประยุกต์มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมทั้งมีการผสมผสานระหว่าง ความเป็นตะวันตก และ ความเป็นตะวันออก ด้วย โดยแนวความคิดสร้างสรรค์นั้นนำมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน, วัฒนธรรม, สิ่งแวดล้อมและประสบการณ์การท่องเที่ยวในต่างแดน

 

ชิ้นงานนี้เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาจากการถักทอของวัสดุธรรมชาติที่ดูแหวกแนวไม่เหมือนใคร เป็นการนำเอาวัชพืชที่ไร้ประโยชน์มาสร้างคุณค่า สร้างราคาให้มากขึ้น ที่สำคัญก็คือกระบวนการผลิตนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วย Save the World ได้เป็นอย่างดี

 


[b]Oasis Lalune[/b]
ออกแบบโดย คุณรัฐ เปลี่ยนสุข

งานโคมไฟดีไซน์เก๋ ๆ ที่นำพฤกษชาติบางชนิดเข้ามาใช้เป็นวัสดุในการผลิต จนเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะตั้งชื่อคอลเลคชันนี้ว่า Oasis นี่คืออีกหนึ่งในผลงานอันหลากหลายของคุณรัฐ เปลี่ยนสุข ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตาอีกคนหนึ่งของวงการนักออกแบบเมืองไทย ศิษย์เก่าจากรั้วสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

[img]http://www.homeandi.com/clips/content/c1997/designer_2.jpg [/img]

Oasis Lalune ใช้มอสสเปนคลุมโครงสร้างของโคมไฟเป็นการนำเสนอให้เห็นถึงการผสมผสานกันอย่างลงตัวของขั้วตรงข้ามสุดแตกต่างกันทั้งสองด้านอย่าง เทคโนโลยี และ สิ่งแวดล้อม จนออกมาเป็นโคมไฟที่น่าสนใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน การตกแต่งหรือแม้กระทั่งศึกษาแนวคิดก็ตาม

 

ผลงานการออกแบบชิ้นนี้ของคุณรัฐได้รับการยอมรับและเผยแพร่ทางสื่อต่าง ๆ ในหลาย ๆ ประเทศตอกย้ำให้เห็นฝีมือของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของไทยที่นอกจากจะมีแนวความคิดน่าสนใจ สร้างสรรค์งานที่มีดีไซน์แปลกใหม่แล้วยังมีสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 


[b]Coco High Rise[/b]

ออกแบบโดย คุณรัฐ เปลี่ยนสุข

เป็นผลงานการออกแบบอีกชิ้นหนึ่งของดีไซเอนร์หนุ่มที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด Save the World...Coco High Rise เป็นสวนแนวตั้งที่คุณรัฐทดลองทำขึ้นมา โดยมีเป้าหมายคือการปลูกและรักษาพรรณไม้ไว้ในพื้นที่ขนาดจำกัด รวมทั้งการทดลองฟังก์ชันการใช้งานใหม่ ๆ ให้กับสวนแนวตั้งแบบนี้ด้วย

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c1997/designer_3.jpg[/img]

ดีไซน์ของโครงสร้างซึ่งใช้แขวนกระถางต้นไม้หลากหลายใบนั้น ผู้ออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากกิ่งก้านของต้นกล้วยไม้ พรรณไม้ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทย ด้วยการออกแบบที่ดูเหมือนฟรีสไตล์ผู้ใช้จึงสามารถจัดแต่งโครงสร้างได้ตามใจชอบ

 

สวนแนวตั้ง Coco High Rise แบบนี้สามารถใช้ประโยชน์ในการจัดแบ่งพื้นที่บริเวณระเบียงเพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อน ๆ กลุ่มเล็ก ๆ ยามบ่ายท่ามกลางต้นไม้และดอกไม้สวย ๆ ได้ โดยมี ผนังดอกไม้ ที่เกิดจากสวนแนวตั้งนี้ช่วยสร้างความร่มรื่นได้อย่างกลมกลืน

 


[b]Eco Pillow : หมอนเยื่อไผ่ (Bamboo Pillows)[/b]
ออกแบบโดย Parker &amp;amp; Morgan

ผ้าเยื่อไผ่ (Bamboo Fabric) ได้รับการยอมรับในวงการแฟชันไม่น้อยว่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่เข้ามาทดแทนผ้าคอตตอนได้ ขณะนี้วงการออกแบบทั่วโลกกำลังให้ความสนใจต่อผ้าชนิดนี้อย่างจริงจัง รวมทั้ง Parker &amp;amp; Morgan ด้วยที่นำมาสร้างสรรค์งานออกมาเป็น หมอน

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c1997/designer_4.jpg[/img]

หมอนเยื่อไผ่ผลิตจากเยื่อไผ่ธรรมชาติ 100% ทั้งตัวหมอนและไส้หมอนจึงทำให้นุ่มสบาย, ทนทาน รวมทั้งปราศจากแบกทีเรียอีกด้วย ช่วยให้ผู้ใช้เพิ่มความสุขจากการนอนได้มากขึ้นอีก ไม่ว่าจะนอนเล่น ๆ, นอนแอบอิงหรือนอนจริงจังก็เหอะ จะแบบไหนก็เชื่อเหอะว่าต้องถูกใจแน่ ๆ

 

หมอนชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเหงื่อออกง่ายด้วยเนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษคือระบายอากาศได้ดี ด้วยการผลิตที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติจึงสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมด้วย จึงเป็นหมอนที่เข้ากับคอนเซ็ปต์ฮิตในยุคนี้อย่าง Save the World จริง ๆ

 


[b]Finding the Right Time[/b]

ออกแบบโดย คุณสันติ ลอรัชวี

นาฬิกา ไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นของตกแต่งห้องที่งดงามได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นอ.สันติ ลอรัชวีจากภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพยังมองว่าสามารถใช้บอกเล่าปรัชญาบางอย่างได้ด้วยเช่นผลงานการออกแบบชิ้นนี้

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c1997/designer_5.jpg[/img]

ผลงานชุดนี้ใช้โทรทัศน์เก่าจากร้านทั่วไปมานำเสนอภาพชุดตัวเลขลำดับตามรูปแบบของนาฬิกาดิจิตอลเพื่อบอกเล่าว่าโอกาสที่สิ่ง ๆ หนึ่งจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าหรือไร้ค่าอาจจะมีพอ ๆ กันขึ้นอยู่กับว่าสิ่งนั้นอยู่ ถูกที่, ถูกเวลา หรือ ถูกคน หรือไม่เท่านั้นเอง

 

จะเห็นได้ว่านาฬิกาที่ตายแล้วยังบอกเวลาถูกวันละ 2 หนต่อวันเลย แล้วนับประสาอะไรกับโทรทัศน์เหล่านี้ล่ะ...เป็นการออกแบบที่แฝงแนวปรัชญาเอาไว้เพื่อให้ผู้ชมขบคิด รวมทั้งช่วยกระตุ้นให้ทุกคนหันกลับมา มอง คุณค่าต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ใน ที่นั้น ๆ, เวลานั้น ๆ หรือ บุคคลนั้น ๆ

ขอบคุณ เว็บ http://www.homeandi.com/content/c1997.html</description>
            <content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องและภาพโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์

ขอบคุณเป็นพิเศษ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

 


[b]Waffle Design[/b]

ออกแบบโดย ม.ล.ภาวินี สันติศิริ

ผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดังที่โด่งดังมาจากการนำวัสดุธรรมชาติอย่างผักตบชวามาใช้ผลิตงานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่าง ๆ โดย Waffle Design ชิ้นนี้เป็นงานออกแบบที่พยายามคิดให้เกิดความแตกต่างขึ้นมา ขณะเดียวกันผู้ออกแบบพยายามสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ให้ดูโดดเด่นบนความเรียบง่ายด้วย
[img]http://www.homeandi.com/clips/content/c1997/designer_1.jpg[/img]

ม.ล.ภาวินีเน้นการออกแบบที่ประยุกต์มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมทั้งมีการผสมผสานระหว่าง ความเป็นตะวันตก และ ความเป็นตะวันออก ด้วย โดยแนวความคิดสร้างสรรค์นั้นนำมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน, วัฒนธรรม, สิ่งแวดล้อมและประสบการณ์การท่องเที่ยวในต่างแดน

 

ชิ้นงานนี้เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาจากการถักทอของวัสดุธรรมชาติที่ดูแหวกแนวไม่เหมือนใคร เป็นการนำเอาวัชพืชที่ไร้ประโยชน์มาสร้างคุณค่า สร้างราคาให้มากขึ้น ที่สำคัญก็คือกระบวนการผลิตนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วย Save the World ได้เป็นอย่างดี

 


[b]Oasis Lalune[/b]
ออกแบบโดย คุณรัฐ เปลี่ยนสุข

งานโคมไฟดีไซน์เก๋ ๆ ที่นำพฤกษชาติบางชนิดเข้ามาใช้เป็นวัสดุในการผลิต จนเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะตั้งชื่อคอลเลคชันนี้ว่า Oasis นี่คืออีกหนึ่งในผลงานอันหลากหลายของคุณรัฐ เปลี่ยนสุข ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตาอีกคนหนึ่งของวงการนักออกแบบเมืองไทย ศิษย์เก่าจากรั้วสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

[img]http://www.homeandi.com/clips/content/c1997/designer_2.jpg [/img]

Oasis Lalune ใช้มอสสเปนคลุมโครงสร้างของโคมไฟเป็นการนำเสนอให้เห็นถึงการผสมผสานกันอย่างลงตัวของขั้วตรงข้ามสุดแตกต่างกันทั้งสองด้านอย่าง เทคโนโลยี และ สิ่งแวดล้อม จนออกมาเป็นโคมไฟที่น่าสนใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน การตกแต่งหรือแม้กระทั่งศึกษาแนวคิดก็ตาม

 

ผลงานการออกแบบชิ้นนี้ของคุณรัฐได้รับการยอมรับและเผยแพร่ทางสื่อต่าง ๆ ในหลาย ๆ ประเทศตอกย้ำให้เห็นฝีมือของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของไทยที่นอกจากจะมีแนวความคิดน่าสนใจ สร้างสรรค์งานที่มีดีไซน์แปลกใหม่แล้วยังมีสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 


[b]Coco High Rise[/b]

ออกแบบโดย คุณรัฐ เปลี่ยนสุข

เป็นผลงานการออกแบบอีกชิ้นหนึ่งของดีไซเอนร์หนุ่มที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด Save the World...Coco High Rise เป็นสวนแนวตั้งที่คุณรัฐทดลองทำขึ้นมา โดยมีเป้าหมายคือการปลูกและรักษาพรรณไม้ไว้ในพื้นที่ขนาดจำกัด รวมทั้งการทดลองฟังก์ชันการใช้งานใหม่ ๆ ให้กับสวนแนวตั้งแบบนี้ด้วย

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c1997/designer_3.jpg[/img]

ดีไซน์ของโครงสร้างซึ่งใช้แขวนกระถางต้นไม้หลากหลายใบนั้น ผู้ออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากกิ่งก้านของต้นกล้วยไม้ พรรณไม้ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทย ด้วยการออกแบบที่ดูเหมือนฟรีสไตล์ผู้ใช้จึงสามารถจัดแต่งโครงสร้างได้ตามใจชอบ

 

สวนแนวตั้ง Coco High Rise แบบนี้สามารถใช้ประโยชน์ในการจัดแบ่งพื้นที่บริเวณระเบียงเพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กับเพื่อน ๆ กลุ่มเล็ก ๆ ยามบ่ายท่ามกลางต้นไม้และดอกไม้สวย ๆ ได้ โดยมี ผนังดอกไม้ ที่เกิดจากสวนแนวตั้งนี้ช่วยสร้างความร่มรื่นได้อย่างกลมกลืน

 


[b]Eco Pillow : หมอนเยื่อไผ่ (Bamboo Pillows)[/b]
ออกแบบโดย Parker &amp;amp; Morgan

ผ้าเยื่อไผ่ (Bamboo Fabric) ได้รับการยอมรับในวงการแฟชันไม่น้อยว่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่เข้ามาทดแทนผ้าคอตตอนได้ ขณะนี้วงการออกแบบทั่วโลกกำลังให้ความสนใจต่อผ้าชนิดนี้อย่างจริงจัง รวมทั้ง Parker &amp;amp; Morgan ด้วยที่นำมาสร้างสรรค์งานออกมาเป็น หมอน

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c1997/designer_4.jpg[/img]

หมอนเยื่อไผ่ผลิตจากเยื่อไผ่ธรรมชาติ 100% ทั้งตัวหมอนและไส้หมอนจึงทำให้นุ่มสบาย, ทนทาน รวมทั้งปราศจากแบกทีเรียอีกด้วย ช่วยให้ผู้ใช้เพิ่มความสุขจากการนอนได้มากขึ้นอีก ไม่ว่าจะนอนเล่น ๆ, นอนแอบอิงหรือนอนจริงจังก็เหอะ จะแบบไหนก็เชื่อเหอะว่าต้องถูกใจแน่ ๆ

 

หมอนชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเหงื่อออกง่ายด้วยเนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษคือระบายอากาศได้ดี ด้วยการผลิตที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติจึงสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมด้วย จึงเป็นหมอนที่เข้ากับคอนเซ็ปต์ฮิตในยุคนี้อย่าง Save the World จริง ๆ

 


[b]Finding the Right Time[/b]

ออกแบบโดย คุณสันติ ลอรัชวี

นาฬิกา ไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นของตกแต่งห้องที่งดงามได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นอ.สันติ ลอรัชวีจากภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพยังมองว่าสามารถใช้บอกเล่าปรัชญาบางอย่างได้ด้วยเช่นผลงานการออกแบบชิ้นนี้

 [img]http://www.homeandi.com/clips/content/c1997/designer_5.jpg[/img]

ผลงานชุดนี้ใช้โทรทัศน์เก่าจากร้านทั่วไปมานำเสนอภาพชุดตัวเลขลำดับตามรูปแบบของนาฬิกาดิจิตอลเพื่อบอกเล่าว่าโอกาสที่สิ่ง ๆ หนึ่งจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าหรือไร้ค่าอาจจะมีพอ ๆ กันขึ้นอยู่กับว่าสิ่งนั้นอยู่ ถูกที่, ถูกเวลา หรือ ถูกคน หรือไม่เท่านั้นเอง

 

จะเห็นได้ว่านาฬิกาที่ตายแล้วยังบอกเวลาถูกวันละ 2 หนต่อวันเลย แล้วนับประสาอะไรกับโทรทัศน์เหล่านี้ล่ะ...เป็นการออกแบบที่แฝงแนวปรัชญาเอาไว้เพื่อให้ผู้ชมขบคิด รวมทั้งช่วยกระตุ้นให้ทุกคนหันกลับมา มอง คุณค่าต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ใน ที่นั้น ๆ, เวลานั้น ๆ หรือ บุคคลนั้น ๆ

ขอบคุณ เว็บ http://www.homeandi.com/content/c1997.html...</p>]]></content:encoded>
            <comments>http://www.uncletree.com/myblog/index.php?mode=viewid&amp;post_id=171</comments>
        </item>
            </channel>
</rss>

